Call : 02-808-5422-26

เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple)

thermocouple

หลักการของเทอร์โมคัปเปิล

     ในปี ค.ศ. 1821 โธมัส ชีเบ็ค (Thomas Seebeck) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการทดลองและค้นพบว่า เมื่อทำการเชื่อมโลหะ 2 เส้น ที่เป็นโลหะต่างชนิดกันเข้าด้วยกัน ถ้าอุณภูมิที่ปลายทั้ง 2 ด้านไม่เท่ากัน จะเกิดกระแสไหลในโลหะทั้ง 2 เส้น นั้นแสดงว่าถ้าเปิดปลายจุดต่อด้านหนึ่งออก แล้วนำ Voltmeter จะได้แรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่างโลหะ 2 เส้นค่าหนึ่ง (ค่านี้มีปริมาณน้อย หน่วยเป็น mV) เรียกแรงเคลื่อนไฟฟ้านี้ว่า Seeback Voltage

     เทอร์โมคัปเปิล(Thermocouple) มีหลาย Type ให้เลือก แล้วแต่ย่านอุณภูมิและลักษณะการใช้ โดยความแตกต่างของแต่ละ Type นี้ เกิดจากการเลือกใช้คู่ของวัสดุ Element ของโลหะที่จะนำมาเชื่อมกัน เพราะโลหะแต่ละชนิดย่อมมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว เมื่อนำโลหะชนิดต่างๆกัน มาจับคู่เชื่อมเข้าด้วยกันจะทำให้คุณสมบัติ เทอร์โมคัปเปิล(Thermocouple) ที่ได้แต่ต่างกันไป นอกจากนี้ได้มีการทดลองผสมโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะเดิมให้ดีขึ้นหรือเพื่อใช้แทนโลหะบางชนิดที่ใช้ทำอยู่เดิม เช่น แพลทินัมเนื่องจากมีราคาสูง ตัวอย่างโลหะผสมที่เกิดขึ้น เช่น โครเมล(Cromel) คือ โลหะผมสของ นิกเกิ้ล 90% และโครเมียม 10% อลูเมล(Alumel)คือ โลหะผมสของ นิกเกิ้ล 95% อลูมีเนียม 2% แมงกานีส 2% และซิลิคอน 1% คอนสแตนแตน(Constantan) คือโลหะผสมของ ทองแดง 60% และนิกเกิ้ล 40% เป็นต้น

การใช้งาน เทอร์โมคัปเปิล(Thermocouple) ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานนั้นๆ โดยสิ่งที่ควรพิจารณามีหลายข้อ เช่น ค่าอุณภูมิสูงสุดที่ใช้งาน, ราคา, ความกัดกร่อนของสารที่เทอร์โมคัปเปิลสัมผัส, ต้องใช้ Thermowell หรือไม่, ลักษณะบรรยากาศที่เป็น Oxidizing Reducing inert หรือ Vacuum เป็นต้น

ตัวอย่าง Thermocouple ที่ผลิต